...........................................................................................................................อจ.จุฬาฯ ตีแผ่ วัยโจ๋ เกย์ เลสเบี้ยนเพียบ
............แฉปัญหาเยาวชนยุคโลกไร้พรมแดนน่าวิตก เด็กผู้หญิงไล่ล่าผู้ชาย นักศึกษาจับคู่อยู่หอฉันผัวเมียกลายเป็นมิติเปิดเผยอย่างไม่อายใคร เด็กมัธยมต้นนิยมมีเซ็กส์เพื่อล่าแต้ม บางคนหิ้วผู้ชายขึ้นแท็กซี่ไปโรงแรมทั้งที่ยังไม่เคยรู้จักกัน เผยคู่เกย์ เลสเบี้ยนก็มีเพียบ แม้แต่รั้วจุฬาฯ ก็มี
ผู้ชายเบี่ยงเบนทางเพศทุกคณะ สะท้อนเสรีภาพแต่หวั่นสร้างกระแสแฟชั่น จี้พ่อแม่ใส่ใจดูแลลูก แนะสังคมรณรงค์เด็กไทยรักนวลสงวนตัว
ปัญหาความเสื่อมทรามของสังคมวัยรุ่น ถูกเปิดโปงขึ้นอีกครั้ง เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่โรงแรมปริ๊นซ์ พาเลซโดยสำนักมาตรฐาน
การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดสัมมนาวิชาการเรื่อง องค์ความรู้งานวิจัย การสร้างหลักประกันความมั่นคงและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์
โดยนางศิริรัตน์ แอดสกุล อาจารย์ภาควิชาสังคมวิทยา คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำเสนอผลวิจัยเรื่อง สถาบันครอบครัว พัฒนาการและการเปลี่ยนแปลง ว่า จากการศึกษาข้อมูลเรื่องการแต่งงานข้ามวัฒนธรรม โดยเฉพาะการลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานีสัมภาษณ์หญิงไทย
ที่นิยมมีสามีฝรั่ง ได้รับทราบถึงเหตุผลว่าเป็นเพราะผู้ชายในแถบอีสานมีนิสัยขี้เกียจชอบกินเหล้าและชอบทำร้ายร่างกาย บางรายถึงขนาดสามี
สนับสนุนให้ไปมีสามีฝรั่งพร้อมนำลูกไปด้วย เหตุผลอีกส่วนเป็นเพราะทำให้มีชีวิตดีขึ้น บางรายมีรายได้ต่อเดือน 40,000 - 50,000 บาท เพราะ
ส่วนใหญ่มีการศึกษาน้อย ไม่มีทางที่จะหารายได้มากขนาดนั้น รวมทั้งยังชักชวนพี่น้องให้มีสามีฝรั่งด้วย ส่วนฝรั่งเองก็ชอบหญิงไทยเพราะมีนิสัยเอาใจใส่ดูแล
นางศิริรัตน์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังพบปัญหาเยาวชนมากมาย สถิติที่น่าห่วงพบว่านิสิตนักศึกษาอยู่หอร่วมกันฉันสามีภรรยาอย่างไม่อาย
ใครมากขึ้น โดยอ้างเหตุผลว่าเพื่อนๆ ก็ทำกัน กลายเป็นมิติที่เปิดเผย แถมยังระบุว่าเรื่องเรียนกับเรื่องเซ็กส์เป็นคนละเรื่องที่น่าห่วงบางคู่มีการสลับคู่นอน
โดยไม่คำนึงว่าคู่ใคร ปฏิบัติกามกิจโดยไม่มีการป้องกัน แต่ไม่มีใครรู้ว่าแต่ละคนก็ผ่านการมีเซ็กส์มาแล้ว จึงเป็นข้อมูลที่น่าห่วงที่กระทรวงสาธารณสุขระบุว่า วัยรุ่นนิสิตนักศึกษาเป็นเอดส์มากขึ้น ทั้งยังพบปัญหาการล่าเซ็กส์หรือเด็กล่าแต้ม จากการพูดคุยกับเด็กระดับมัธยมต้นคนหนึ่งล่าแต้มมาแล้วถึง 90 กว่าราย ในระยะเวลา 6 ปี ทั้งที่เด็กไม่ได้ยากจน แต่ทำเพราะมองเป็นเกมอย่างหนึ่ง ไม่ได้หวังทรัพย์สิน ไม่สนใจความรู้สึกพ่อแม่ และกลุ่มเพื่อนก็ไม่ได้มองว่าน่าวิตก
อาจารย์จุฬาฯ ยังกล่าวอีกว่า จากการพูดคุยกับคนขับแท็กซี่ได้รับรู้ปัญหามากมาย บางรายระบุว่าเด็กผู้หญิงบางคนพาผู้ชายขึ้นแท็กซี่
แถวสถานเริงรมย์ให้ไปส่งโรงแรม ทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อนแม้แต่ชื่อก็ไม่ทราบ เด็กนักเรียนบางกลุ่มใช้รถแท็กซี่เป็นที่เปลี่ยนชุดนักเรียน เด็กผู้หญิงบางราย
ระบุว่า เบื่อคู่นอนและขอแลกคู่นอนกับเพื่อน บางคนเห็นผู้ชายหน้าตาดีก็ประกาศว่าภายใน 3 วัน จะนำผู้ชายคนนั้นมาเป็นแฟนให้ได้ นอกจากนี้เรื่องของคู่เกย์ เลสเบี้ยนก็มีมาก และเปิดเผยตัวกันมากขึ้นในสถาบันอุดมศึกษา โดยเฉพาะจุฬาฯ ทุกคณะจะเห็นผู้ชายเบี่ยงเบนทางเพศเพิ่มขึ้น สะท้อนถึงเสรีภาพ น่าห่วงว่าจะกลายเป็นแฟชั่น นิสิตบางรายถึงขนาดเก็บเงินรอไปผ่าตัดแปลงเพศ
นางศิริรัตน์กล่าวด้วยว่า ปัญหาเหล่านี้ทำให้มองว่า โลกหมุนกลับจากเดิมที่ผู้ชายเป็นฝ่ายตามจีบผู้หญิง แต่สมัยนี้ผู้หญิงไล่ล่าผู้ชาย มองเซ็กส์เป็นเรื่องเสรีไม่ผิดกฎหมาย ไม่คิดเรื่องรักนวลสงวนตัว ไม่รู้ว่าการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยเป็นสิ่งต้องห้าม ไม่ยึดหลักขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ปัญหาเหล่านี้มีแนวโน้มสูงขึ้น หากครอบครัวไม่ตระหนักให้เวลาดูแลลูกอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้น่าจะมีกลไกสังคมและรัฐที่จะร่วมกันรณรงค์ให้เด็กไทย
รักนวลสงวนตัว คำนึงความเป็นกุลสตรี อย่านำเรือนร่างมาเป็นเกมกีฬา กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ และผู้เกี่ยวข้องต้องร่วมรับผิดชอบ
หาทางป้องกันโดยเร่งด่วน หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันพุธที่ 16 กรกฎาคม 2551 หน้า 11 |